Talent Mobility

การเข้าร่วมโครงการ Talent Mobility

Talent Mobility

เป็นโครงการส่งเสริมให้นักวิจัยในมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยของภาครัฐได้ไปปฏิบัติงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ บริหารจัดการโดยคณะกรรมการพิจารณาโครงการส่งเสริมให้บุคลากรวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาไปปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาและเพิ่มขีดความสามารถ ในการผลิตให้กับภาคอุตสาหกรรม (Talent Mobility) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)

มีแนวทางในการดำเนินการทั้งสิ้น 3 แนวทาง ดังนี้

1. การเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านการวิจัยเพื่อติดตั้งเทคโนโลยีในสถานประกอบการ (Talent Mobility for SME’s Technology Installation)

เป็นโครงการที่มีข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการลงนามร่วมระหว่างนักวิจัยและสถานประกอบการในรูปแบบสัญญาการขออนุญาตใช้สิทธิ/สัญญา การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือ เอกสารที่แสดงว่าอยู่ในระหว่างกระบวนการขออนุญาตใช้สิทธิ ที่มีการรับรองโดยหน่วยบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของสถาบันอุดมศึกษา

งบประมาณ : สป.อว. สนับสนุนงบประมาณ สูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท และสถานประกอบการ ร่วมสนับสนุน 50% ของโครงการ (แบ่งเป็น in cash 35% และ in kind 15%)

เป้าหมาย : เพื่อเริ่มติดตั้ง หรือ ระหว่างติดตั้ง หรือ เพิ่มประสิทธิภาพ เทคโนโลยีให้กับสถานประกอบการที่มีสัญญาขออนุญาตใช้สิทธิ

2.1 การพัฒนาผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างกลยุทธ์และแผนปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับสถานประกอบการ (Developing Experts in R&D Strategy and Plan Formulation for SMEs)

2.2 การสร้างกลยุทธ์และแผนปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับสถานประกอบการ (Formulating R&D Strategy and Plan for SMEs)

งบประมาณ : สป.อว. สนับสนุนงบประมาณ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

เป้าหมาย : เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อสร้างกลยุทธ์และแผนปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนาให้กับสถานประกอบการ

3. กระตุ้นกิจกรรมตามกลยุทธ์และแผนปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนาของสถานประกอบการ (Talent Mobility for R&D Activation under SME’s R&D Strategy and Plan)

งบประมาณ : สป.อว. สนับสนุนงบประมาณ สูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท และสถานประกอบการ ร่วมสนับสนุน 20% ของโครงการ (แบ่งเป็น in cash 10% และ in kind 10%)

เป้าหมาย : เพื่อดำเนินการตามกลยุทธ์และแผนปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนาให้กับสถานประกอบการ

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) จะดำเนินการประกาศรับข้อเสนอโครงการในแต่ละแนวทาง ในลักษณะที่ สป.อว. เป็นงานในการจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยของประเทศ โดยจะสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินการ และ/หรือ ร่วมกับสถานประกอบการ

1. หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ
    1.1 นักวิจัยต้องมีหน่วยงานต้นสังกัดเป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันวิจัยของภาครัฐ

    1.2 สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไทย ได้แก่ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายวิสาหกิจ

            * ทั้งนี้ นักวิจัยจะต้องเป็นไปตามระเบียบ มจพ. ว่าด้วยการให้คณาจารย์ไปปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในภาคเอกชน พ.ศ. 2558 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

2. วัตถุประสงค์

    ● เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสู่ภาคอุตสาหกรรม

    ● เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับภาคอุตสาหกรรม

    ● เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ของนักวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม

            * ทั้งนี้ งบประมาณสนับสนุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามปีงบประมาณที่มหาวิทยาลัยได้รับ

3. ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการ

    นักวิจัย — ได้ผลงานวิจัยที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ เมื่อเข้าไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการจะได้รับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง สวัสดิการตามปกติจากหน่วยงานต้นสังกัด อีกทั้งผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นสามารถนำไปใช้ในการประเมินผลงานได้

    สถานประกอบการ — ได้นำงานวิจัยมาช่วยเพิ่มคุณภาพหรือลดต้นทุนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพดีขึ้น รวมถึงการเกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และได้นักศึกษาที่มีความรู้ในเรื่องที่ทำวิจัยไปร่วมงาน

สนใจดูรายละเอียดและยื่นข้อเสนอโครงการได้ที่

เว็บไซต์ Talent Mobility สป.อว. https://talentmobility.in.th/

ติดต่อสอบถาม

ผู้ประสานงานโครงการ Talent Mobility มจพ. (TM Clearing House)

สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
1518 ถนนประชาราษฎร์ 1 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร 10800
โทรศัพท์ : 0-2555-2000 ต่อ 1506  E-Mail : talent_mobility@stri.kmutnb.ac.th